การเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกมีส่วนร่วมในการดำเนินงานตามพันธกิจ คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลงานของมหาวิทยาลัย ได้ดำเนินการติดตามประเมินผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ที่ประกอบด้วย ผลการดำเนินงานตามแผนต่างๆ การบริหารงบประมาณและประสิทธิภาพประสิทธิผลการใช้จ่ายงบประมาณ การประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน
สมรรถนะด้านการวิจัยและบริการวิชาการ การบริหารจัดการ คุณธรรมและความโปร่งใส  ในการดำเนินงาน รวมถึงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

  คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลงานของมหาวิทยาลัย ได้เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประกอบด้วย นักศึกษา กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ทรงคุณวุฒิประจำคณะ
ผู้แทนองค์กรภาคเอกชน ผู้ใช้บัณฑิต ผู้นำชุมชน ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า บุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุน ในช่วงวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2566 และวันที่  9-10 ตุลาคม 2566 (ร่วมกับกรรมการตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน)

                  โดยข้อเสนอแนะสำคัญ จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมหาวิทยาลัยได้นำไปพิจารณาดำเนินการปรับปรุงแก้ไขหรือบรรจุไว้ในแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติราชการประจำปี ดังนี้

ข้อเสนอแนะ การดำเนินการของมหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยควรจัดให้มีการติิวเสริมวิชาชีพเฉพาะเจาะจงเพิ่มขึ้น และเน้นให้มีการเรียนวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน โดยเฉพาะกับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 และ 2 และควรจัดให้มีการติิวภาษาอังกฤษ  เพื่อการสอบ การติวภาษาอังกฤษเพื่อเพิ่มทักษะการใช้งาน และเพิ่มการสอบภาษาอังกฤษ  เชิงทักษะอาชีพให้มากขึ้น        มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของนักศึกษาโดยมีการกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ (KR 11) ไว้ในยุทธศาสตร์ที่ 1  เพื่อประเมินสมรรถนะภาษาอังกฤษของนักศึกษาเป็นรายชั้นปี มีกลยุทธ์และโครงการขับเคลื่อน  ซึ่งรับผิดชอบโดยสถาบันภาษา และคณะทุกคณะ มีการปรับปรุงรูปแบบการจัดกิจกรรมส่งเสริม และพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้กับนักศึกษาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการติวก่อนสอบ มีการส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนรายวิชาเอกเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นการสอนทักษะภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพของสาขานั้นๆ (KR 10)
       มหาวิทยาลัยควรเพิ่มงบประมาณสำหรับ การลงพื้นที่พัฒนาชุมชนให้กับนักศึกษา โดยบางโครงการอาจบูรณาการการทำงานให้นักศึกษา จากหลายสาขาได้มีส่วนร่วม        มหาวิทยาลัยมีการจัดสรรงบยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นซึ่งเป็นงบประมาณแผ่นดินให้กับคณะ/หน่วยงาน  เพื่อขับเคลื่อนโครงการพัฒนา Soft Skill  ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม เพื่อพัฒนาทักษะนักศึกษา และชุมชนท้องถิ่น โดยการมีส่วนร่วมของนักศึกษาและบุคลากร มาตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 มหาวิทยาลัยอยู่ในระหว่างเตรียมการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้กับทุกคณะเพื่อดำเนินโครงการพัฒนานักศึกษาให้มีทักษะการเป็นผู้ประกอบการและหรือนวัตกร โดยมีพื้นที่เป้าหมายคือชุมชนท้องถิ่นในจังหวัดนครราชสีมา
       มหาวิทยาลัยควรกำหนดแผนในการลงพื้นที่บริการวิชาการร่วมกัน มีการกำหนดระยะเวลาในการ ลงพื้นที่ เช่น การดำเนินงานมีกำหนดระยะเวลา 3 ปี โดยเน้นให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เสริมสร้างรายได้ให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ การลงพื้นที่แต่ละคณะต่างๆ ลงพื้นที่ ไม่พร้อมกัน ส่วนใหญ่เป็นการอบรมให้ความรู้         มหาวิทยาลัยมีการกำหนดพื้นที่เป้าหมาย  การพัฒนาในแต่ละปีไว้ใน TOR การจัดสรรงบยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น โดยต่อยอดพื้นที่เดิมและกำหนดพื้นที่ใหม่เพิ่มเติม นอกจากนี้ในรายละเอียด TOR มีการกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาอุดหนุนงบประมาณโครงการพัฒนาท้องถิ่นโดยให้ความสำคัญกับโครงการที่ดำเนินการในพื้นที่  อย่างต่อเนื่อง 3-5 ปี เช่น กลุ่มโครงการพัฒนาชุมชนต้นแบบ (Social Lab) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจฐานรากชุมชน ซึ่งเป็นการบูรณาการการทำงานจากหลายคณะเพื่อพัฒนาพื้นที่ต้นแบบโดยใช้นวัตกรรมและองค์ความรู้  โดยกำหนดให้มีการประเมินความสุขมวลรวมชุมชน (GVH) และผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI) ด้วย
       มหาวิทยาลัยควรมีการวิเคราะห์รายได้ที่ลดลง ซึ่งเกิดจากการลดลงของจำนวนนักศึกษาระดับปริญญาตรี โดยมุ่งเน้นสร้างรายได้จากการศึกษา ขั้นพื้นฐาน เช่น รายได้จากโรงเรียนสาธิตมัธยม หลักสูตรระยะสั้น เป็นต้น        มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่ส่งผลต่อการรับนักศึกษา ทำให้จำนวนนักศึกษามีแนวโน้มลดลง จึงได้กำหนดกลยุทธ์ และแนวทาง รวมถึงเป้าหมายในการพัฒนาสู่มหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning University) โดยมีการพัฒนาหลักสูตรทั้ง Degree และ non Degree เพื่อรองรับคน ทุกวัย นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงระเบียบข้อบังคับให้เอื้อต่อการจัดหาและการบริหารเงินรายได้จากการบริการวิชาการ การบริหารโรงเรียนสาธิตฯ และคณะพยาบาลศาสตร์ ฯลฯ
       มหาวิทยาลัยควรมีการปรับปรุงระบบสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ภายในมหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น        มหาวิทยาลัยกำหนดตัวชี้วัดและโครงการพัฒนาด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์องค์กรไว้ในแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติราชการ ยุทธศาสตร์ที่ 5 โดยงานประชาสัมพันธ์ กองกลาง สำนักงานอธิการบดี เป็นเจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินงานโดยการมีส่วนร่วมของบุคลากรจากทุกหน่วยงานของมหาวิทยาลัย ในการพัฒนาระบบและกลไกการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวสาร รวมถึงการสื่อสารภายในองค์กร ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขั้น